นายจ้างมีหนังสือเลิกจ้าง แต่ยังให้ทำงานต่อ สถานะลูกจ้างเป็นอย่างไร

เอกสารบอกอย่างหนึ่ง แต่การปฏิบัติบอกอีกอย่าง
วันที่ในหนังสือมีความสำคัญ แต่ถ้าหลังจากนั้นนายจ้างยังจัดตาราง สั่งงาน ให้เข้าอบรม เปิดระบบ หรือจ่ายค่าจ้างต่อ ต้องตรวจว่าคู่สัญญาตกลงเลื่อนวันสิ้นสุด เพิกถอนคำสั่งเดิม หรือเกิดการจ้างต่อเนื่องหรือไม่
ความสัมพันธ์จ้างแรงงานพิจารณาทั้งคำสั่งและการปฏิบัติจริง การมีหนังสือแจ้งวันสุดท้ายเป็นหลักฐานสำคัญ แต่หากนายจ้างยอมให้ทำงานต่อโดยรู้และรับประโยชน์ หรือยังจ่ายค่าจ้าง พฤติการณ์อาจทำให้วันสิ้นสุดตามหนังสือไม่ใช่จุดจบจริง
ในทางกลับกัน การอนุญาตให้เข้ามาส่งมอบงาน คืนทรัพย์ หรือเคลียร์เอกสารหลังวันสิ้นสุด ไม่จำเป็นต้องเป็นการจ้างต่อ ต้องดูว่ามีหน้าที่งานปกติ อำนาจบังคับบัญชา และค่าตอบแทนหรือไม่
เลิกจ้างต้องดูการไม่ให้ทำงานและไม่จ่ายค่าจ้าง
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 วรรคสอง ให้นิยามการเลิกจ้างโดยพิจารณาการที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้าง ไม่ว่าจะเพราะสิ้นสุดสัญญาหรือเหตุอื่น จึงต้องตรวจองค์ประกอบจากเหตุการณ์จริง
สัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาเกี่ยวข้องกับการบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 17 หากให้พ้นทันทีโดยไม่มีเหตุยกเว้น อาจมีสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า นอกเหนือจากค่าชดเชยตามอายุงาน
การเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นอีกประเด็นหนึ่งตามกฎหมายจัดตั้งศาลแรงงาน ต้องพิจารณาเหตุและความเป็นธรรมแยกจากสิทธิค่าชดเชย ไม่ใช่ว่าได้รับค่าชดเชยแล้วจะไม่มีสิทธิส่วนอื่นเสมอไป
แนวฎีกา: การมอบหมายงานต่อยังไม่ถือว่าเลิกจ้าง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2226/2560 วางแนวว่า การที่นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างเข้าอบรมหรือปฏิบัติงานอื่นในเวลาทำงาน ยังถือเป็นการมอบหมายงานให้ลูกจ้างทำ ไม่ใช่พฤติการณ์ที่แสดงว่านายจ้างไม่ประสงค์ให้ลูกจ้างทำงานต่อ
ดังนั้น หากยังไม่มีพฤติการณ์ชัดเจนว่านายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อและทำให้ความสัมพันธ์นายจ้าง–ลูกจ้างสิ้นสุดลง ย่อมยังไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง
จุดพิจารณาสำคัญ คือ นายจ้างยังมีการมอบหมายงานหรือไม่ ลูกจ้างยังอยู่ในระบบการทำงานหรือไม่ และพฤติการณ์โดยรวมแสดงว่าความสัมพันธ์การจ้างสิ้นสุดลงจริงแล้วหรือยัง
พยานหลักฐานหลังมีหนังสือเลิกจ้าง
เก็บหนังสือเลิกจ้าง อีเมลหรือแชตที่สั่งงาน ตารางกะ บันทึกเข้าออก ระบบงาน ผลงานที่ส่ง และรายชื่อผู้รับงาน
เก็บสลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชี ใบรับรองการทำงาน เอกสารส่งคืนทรัพย์ และข้อความที่ระบุวันสุดท้าย หากนายจ้างบอกด้วยวาจา ให้ส่งข้อความยืนยันความเข้าใจโดยสุภาพ
อย่าลงนามใบลาออกหรือเอกสารรับเงินที่เขียนว่าสละสิทธิทั้งหมดโดยไม่อ่าน และอย่าหยุดงานเองเพียงเพราะได้ยินข่าว หากวันสิ้นสุดยังไม่ชัดควรขอคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร
ทางเลือกสำหรับทั้งสองฝ่าย
นายจ้างควรออกหนังสือฉบับเดียวที่ระบุวันสุดท้าย หน้าที่ช่วงส่งมอบ ค่าจ้าง ค่าชดเชย และการคืนทรัพย์ หากเปลี่ยนใจให้ทำงานต่อควรทำหนังสือเพิกถอนหรือแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดสถานะซ้อน
ลูกจ้างควรถามให้ชัดว่าวันที่ทำต่อเป็นการทำงานภายใต้สัญญาเดิมหรือเป็นเพียงส่งมอบงาน และจะได้รับค่าจ้างอย่างไร หากมีข้อพิพาทสามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือฟ้องศาลแรงงานตามประเภทสิทธิ
สรุป
หนังสือเลิกจ้างเป็นหลักฐานสำคัญ แต่พฤติการณ์หลังหนังสืออาจทำให้วันสิ้นสุดเปลี่ยน จุดชี้ขาดคือการสั่งงาน การยอมรับผลงาน การเข้าระบบ และการจ่ายค่าจ้าง ทั้งสองฝ่ายควรทำสถานะให้ชัดก่อนเกิดข้อพิพาทเรื่องอายุงานและเงินที่ต้องจ่าย
หากวันสุดท้ายในหนังสือไม่ตรงกับการทำงานจริง ควรให้ทนายตรวจเอกสารและพฤติการณ์ก่อนลงนามรับเงินหรือหยุดงาน เพื่อคำนวณสิทธิและวางคำตอบให้สอดคล้องกับสถานะการจ้างจริง



