ผู้รับเหมาทิ้งงาน จ่ายเงินไปแล้ว เจ้าของควรทำไง

ปัญหา งานล่าช้า งานเสีย และทิ้งงานไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
สัญญาสร้าง ต่อเติม ซ่อม หรือผลิตชิ้นงานโดยมุ่งผลสำเร็จของงาน โดยทั่วไปเป็นสัญญาจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 สิทธิของผู้ว่าจ้างจึงขึ้นอยู่กับว่าเกิดเพียงความล่าช้า งานมีข้อบกพร่อง หรือผู้รับจ้างแสดงชัดว่าจะไม่ทำต่อ เพราะแต่ละกรณีมีจังหวะใช้สิทธิต่างกัน
ความรู้สึกว่างานช้าหรือไม่สวยยังไม่พอ ต้องย้อนกลับไปหาแบบ รายการวัสดุ ระยะเวลา มาตรฐานงาน และเงื่อนไขการจ่ายเงิน หากข้อตกลงคลุมเครือ ศาลจะต้องพิจารณาพฤติการณ์ การสื่อสาร และมาตรฐานวิชาชีพประกอบ
หลักกฎหมาย: สิทธิให้แก้ ระงับจ่าย และเลิกสัญญา
ถ้าผู้รับจ้างเริ่มงานล่าช้า หรือดำเนินงานช้าจนคาดหมายได้ว่าจะไม่เสร็จภายในกำหนด ผู้ว่าจ้างอาจมีสิทธิบอกเลิกตามมาตรา 594 โดยไม่ต้องรอถึงวันส่งมอบ โดยเฉพาะเมื่อกำหนดเวลาเป็นสาระสำคัญ แต่หากเป็นข้อบกพร่องที่แก้ได้ แนวทางปลอดภัยคือแจ้งรายการที่ต้องแก้และกำหนดเวลาพอสมควรก่อน
เมื่อส่งมอบล่าช้าหรือชำรุด ผู้ว่าจ้างอาจยึดถือสิทธิตามสัญญา เรียกให้แก้ ลดหรือระงับค่าจ้างในส่วนที่สัมพันธ์กับงาน และเรียกค่าเสียหายที่เป็นผลโดยตรงได้ การหยุดจ่ายทั้งหมดทั้งที่งานส่วนใหญ่เสร็จและใช้ประโยชน์ได้ อาจกลายเป็นฝ่ายผิดสัญญาเสียเอง จึงควรประเมินมูลค่างานจริงก่อน
ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกก่อนงานเสร็จตามมาตรา 605 ได้ แต่ต้องชดใช้ความเสียหายแก่ผู้รับจ้าง หลักนี้ต่างจากการเลิกเพราะผู้รับจ้างผิดสัญญา ดังนั้นหนังสือบอกเลิกต้องระบุฐานข้อเท็จจริงให้ตรง ไม่ควรเขียนเพียงว่าเปลี่ยนใจหรือไม่ประสงค์ให้ทำต่อ
จุดชี้ขาด: เลิกสัญญาเพราะผิดนัด หรือเลิกตามความต้องการของเจ้าของงาน
คดีมักเปลี่ยนผลตรงหลักฐานว่าได้กำหนดวันเสร็จเป็นสาระสำคัญหรือไม่ ผู้รับเหมายืนยันจะกลับมาทำหรือปฏิเสธชัดเจน เคยให้โอกาสแก้แล้วกี่ครั้ง งานที่จ่ายไปสัมพันธ์กับงานที่ทำจริงหรือไม่ และการจ้างรายใหม่เป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นหรือเป็นการยกระดับงานเกินสัญญาเดิม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3064/2523 สะท้อนว่าข้อสัญญาเรื่องกำหนดเวลา งวดงาน และพฤติการณ์การบอกเลิกมีผลต่อสิทธิของคู่สัญญา ส่วนฎีกาที่ 617/2538 ย้ำว่าผลหลังบอกเลิกต้องอ่านจากข้อตกลงและประเมินงานที่ทำไว้ ไม่ใช่ถือว่าฝ่ายใดได้หรือเสียทั้งหมดโดยทันที
หลักฐาน ต้องตรึงสภาพงานก่อนให้รายใหม่เข้าทำ
เก็บสัญญา ใบเสนอราคา แบบ รายการวัสดุ ใบเสร็จ หลักฐานโอนเงิน และบทสนทนาที่ระบุวันนัด งวดงาน หรือการยอมรับข้อบกพร่องให้ครบ
ถ่ายภาพและวิดีโอทุกจุดพร้อมภาพรวม ลงวันที่ จัดทำบัญชีว่างานใดเสร็จ งานใดค้าง และวัสดุใดอยู่หน้างาน หากมูลค่าสูงควรให้วิศวกร สถาปนิก หรือช่างอิสระตรวจและประเมินก่อนรื้อหรือแก้
ขอใบเสนอราคาจากผู้รับเหมารายใหม่ที่แยกค่ารื้อ ค่าซ่อม และค่าทำต่อจากงานเดิม เพื่อพิสูจน์ส่วนต่างอย่างเป็นเหตุผล ไม่ควรมีเพียงยอดเหมารวมที่ตรวจสอบไม่ได้
ทางเลือกและแนวทางดำเนินการ
เริ่มด้วยหนังสือบอกกล่าวระบุข้อผิดนัด รายการแก้ และกำหนดเวลาที่ทำได้จริง หากไม่ดำเนินการจึงบอกเลิก เรียกคืนเงินเฉพาะส่วนที่เกินมูลค่างาน เรียกค่าซ่อมหรือส่วนต่างค่าจ้างรายใหม่ และขอส่งมอบวัสดุหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ถ้ายังเจรจาได้ อาจทำบันทึกยุติสัญญาที่ระบุยอดงานคงเหลือ วันส่งมอบพื้นที่ การคืนกุญแจ วัสดุ และการรับผิดข้อบกพร่องเดิมให้ชัด ส่วนกรณีมีพฤติการณ์หลอกตั้งแต่ต้นจึงค่อยแยกประเด็นอาญาออกจากการผิดสัญญาธรรมดา
สรุป
ผู้รับเหมาทิ้งงานไม่ได้แปลว่าเจ้าของงานจะเรียกเงินคืนได้ทั้งหมด จุดชี้ขาดคือฐานการเลิกสัญญา มูลค่างานจริง โอกาสแก้ไข และค่าเสียหายที่เชื่อมกับการผิดนัด หากตรึงสภาพงานและส่งหนังสือให้ถูกจังหวะ การเจรจาหรือฟ้องคดีจะมีกรอบชัดกว่าการเริ่มจากคำกล่าวหากว้าง ๆ



