กฎหมายน่ารู้

พื้นที่เอกชนเปิดให้บริการ มีสิทธิมากน้อยแค่ไหน

พื้นที่เอกชนเปิดให้บริการ ไม่ได้แปลว่าเจ้าของทำอะไรก็ได้

พื้นที่เอกชนที่เปิดให้ประชาชนเข้าใช้บริการ เช่น หน้าร้าน ลานจอดรถ ทางเดิน จุดรับส่งสินค้า หรือบริเวณตู้บริการ มักเกิดข้อพิพาทว่า “เจ้าของพื้นที่มีสิทธิไล่คนออกหรือไม่” หรือ “ลูกค้าที่ไม่ยอมออกเป็นบุกรุกหรือเปล่า”

คำตอบไม่ได้ดูจากคำว่า “ที่เอกชน” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจว่าใครเป็นเจ้าของ ใครเป็นผู้เช่าหรือผู้ครอบครอง ใครมีสิทธิตามสัญญา พื้นที่ส่วนใดเปิดให้ประชาชนใช้ และการอนุญาตให้เข้าใช้มีขอบเขตแค่ไหน

เจ้าของพื้นที่มีสิทธิ แต่ต้องใช้สิทธิภายในกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอย ติดตามเอาทรัพย์คืน และขัดขวางมิให้ผู้อื่นเข้ามาเกี่ยวข้องโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่สิทธินี้ต้องใช้ “ภายในบังคับแห่งกฎหมาย”

ดังนั้น แม้เจ้าของหรือผู้มีสิทธิดีกว่าจะมีอำนาจจัดการพื้นที่ แต่ไม่ควรใช้วิธีรื้อถอน ขับไล่ หรือใช้กำลังโดยพลการ หากอีกฝ่ายยังโต้แย้งสิทธิอยู่ แนวคำพิพากษาฎีกาที่ 5792/2549 สะท้อนหลักว่า ผู้มีสิทธิดีกว่าควรใช้กระบวนการฟ้องขับไล่และบังคับคดีตามกฎหมาย ไม่ใช่ดำเนินการเองจนก่อความเสียหาย

การอนุญาตให้เข้าใช้ เพิกถอนได้ แต่ต้องชัดเจน

ร้านค้า อาคารพาณิชย์ หรือพื้นที่บริการจำนวนมากเปิดให้ประชาชนเข้าใช้โดยปริยาย เช่น เดินเข้าร้าน จอดรถเพื่อซื้อสินค้า หรือรับส่งของ การเปิดพื้นที่เช่นนี้ไม่ได้ทำให้ผู้ใช้มีสิทธิอยู่ได้ตลอดไป

หากต้องการให้บุคคลใดออกจากพื้นที่ ควรให้ผู้มีอำนาจเป็นผู้แจ้ง ใช้ถ้อยคำสุภาพ ชัดเจน ระบุเหตุผล ให้โอกาสออก และควรมีพยานหรือบันทึกเหตุการณ์รองรับ เพราะประเด็นสำคัญในภายหลังจะอยู่ที่ว่า “คำสั่งให้ออกชอบหรือไม่” และ “ผู้ถูกสั่งได้รับโอกาสออกแล้วหรือยัง”

ไม่ยอมออกจากพื้นที่ เป็นบุกรุกทุกกรณีหรือไม่

ความผิดฐานบุกรุกต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่ดูแค่ป้ายหรือคำกล่าวอ้าง

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 เกี่ยวกับการเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อถือการครอบครอง หรือกระทำการรบกวนการครอบครองโดยปกติสุข ส่วนมาตรา 364 เกี่ยวกับการเข้าไปหรือซ่อนตัวในเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์ หรือสำนักงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือไม่ยอมออกเมื่อผู้มีสิทธิห้ามสั่งให้ออก

ผู้ที่เข้าไปใช้บริการตามวัตถุประสงค์ปกติ จึงต่างจากผู้ที่เข้าไปก่อกวน ข่มขู่ ทำลายทรัพย์ หรือขัดขวางการครอบครอง จุดชี้ขาดอยู่ที่เจตนาขณะเข้า พฤติการณ์ระหว่างอยู่ ขอบเขตการอนุญาต คำสั่งให้ออก และการตอบสนองหลังได้รับคำสั่ง

ถ้ามีการทำลายของหรือก่อกวน ข้อหาจะหนักขึ้น

หากผู้เข้าใช้พื้นที่ไม่ได้เพียงอยู่ในบริเวณนั้น แต่มีพฤติการณ์ขว้างปา ทำลายทรัพย์ ข่มขู่ หรือรบกวนการครอบครองโดยปกติสุข อาจพิจารณาฐานบุกรุกควบคู่กับฐานทำให้เสียทรัพย์ได้

แนวคำพิพากษาฎีกาที่ 7961/2551 วางหลักในทำนองว่า การเข้าไปบริเวณหน้าบ้านหรือร้านค้าแล้วขว้างปาทำลายบ้านและสิ่งของ อาจเป็นทั้งการทำให้เสียทรัพย์และการรบกวนการครอบครอง อันเข้าลักษณะความผิดฐานบุกรุกตามพฤติการณ์

ใช้กำลังขับไล่ ต้องระวังผิดฐานทำร้ายร่างกาย

หากมีการผลัก จับแขน ขวางทาง ชก หรือใช้กำลัง ต้องแยกให้ชัดว่าเป็นการใช้กำลังเท่าที่จำเป็นเพื่อหยุดภัยที่ใกล้จะถึง หรือเป็นการใช้กำลังเพื่อบังคับให้อีกฝ่ายทำตามใจตน

ถ้าการใช้กำลังยังไม่ถึงขั้นเกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ อาจเกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 แต่หากเกิดบาดเจ็บอาจพิจารณามาตรา 295 และหากถึงระดับอันตรายสาหัสต้องพิจารณามาตรา 297 เพิ่มเติม

ส่วนการอ้างป้องกันโดยชอบตามมาตรา 68 ต้องมีภยันตรายจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย เป็นภัยที่ใกล้จะถึง และการตอบโต้ต้องพอสมควรแก่เหตุ หากภัยเป็นเพียงถ้อยคำ ความไม่พอใจ หรือเหตุสิ้นสุดไปแล้ว การอ้างป้องกันจะอ่อนลง

ฎีกาที่ 2770/2544 เป็นตัวอย่างเรื่องการแยกระดับการใช้กำลังและบันดาลโทสะ โดยศาลพิจารณาจากถ้อยคำยั่วยุ พฤติการณ์ขณะเกิดเหตุ และผลบาดเจ็บว่าเข้าเพียงมาตรา 391 หรือไม่

หลักฐานที่ควรเก็บเมื่อเกิดเหตุในพื้นที่เอกชน

หลักฐานสำคัญ ได้แก่ สัญญาเช่า สัญญาติดตั้ง แผนผังพื้นที่ ป้ายหรือกติกาการใช้พื้นที่ คลิปต้นฉบับจากทุกมุม บันทึกลำดับเหตุการณ์ ข้อความเตือน พยานอิสระ และเอกสารทางการแพทย์หากมีการบาดเจ็บ

การจ่ายค่าไฟ ค่าดูแล หรือค่าใช้พื้นที่อาจใช้ประกอบการพิจารณาได้ แต่ไม่ควรสรุปอำนาจจากรายการชำระเงินเพียงอย่างเดียว ต้องดูสัญญาและสภาพการครอบครองจริงประกอบด้วย

แนวทางปลอดภัยสำหรับเจ้าของพื้นที่และผู้ใช้บริการ

ฝ่ายเจ้าของ ผู้เช่า หรือผู้ดูแลพื้นที่ ควรกำหนดกติกาให้ชัด แจ้งเตือนสุภาพ รักษาระยะห่าง ขอพยาน และเรียกเจ้าหน้าที่เมื่อจำเป็น ไม่ควรใช้ถ้อยคำดูหมิ่นหรือยั่วยุ เพราะอาจทำให้เกิดข้อหาดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาทตามข้อเท็จจริง

ฝ่ายผู้ใช้บริการ หากถูกสั่งให้ออกและสถานการณ์ตึงเครียด ควรถอยออกก่อน เก็บหลักฐาน แล้วโต้แย้งสิทธิภายหลัง การยืนกรานในที่เกิดเหตุโดยไม่มีแผนหลักฐานที่ดี อาจทำให้ข้อพิพาทบานปลายเป็นทั้งคดีบุกรุกและคดีทำร้ายร่างกาย

บทสรุป

พื้นที่เอกชนเปิดให้บริการ ไล่คนออกได้ไหม ต้องตอบจากฐานสิทธิ ขอบเขตการอนุญาต คำสั่งให้ออก พฤติการณ์ของผู้เข้าใช้ ภัยที่ใกล้จะถึง ความได้สัดส่วนของกำลัง และหลักฐานทั้งหมด ไม่ใช่ดูเพียงว่าใครเป็น “เจ้าของพื้นที่” หรือใครเป็น “ลูกค้า” หากคุณกำลังมีข้อพิพาทเรื่องพื้นที่เอกชน บุกรุก การขับไล่ หรือการใช้กำลังในสถานประกอบการ ควรปรึกษาทนายความเพื่อวางแนวทางเก็บหลักฐาน แจ้งความ ฟ้องคดี หรือป้องกันความรับผิดให้ถูกทางตั้งแต่ต้น

แหล่งตรวจสอบหลักกฎหมาย: ป.พ.พ. มาตรา 1336ป.อ. มาตรา 362ป.อ. มาตรา 364ป.อ. มาตรา 68ป.อ. มาตรา 391ฎีกา 5792/2549ฎีกา 7961/2551ฎีกา 2770/2544

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า