กฎหมายน่ารู้

UCEP คืออะไร

UCEP คืออะไร ฉุกเฉินรักษาฟรี 72 ชั่วโมงจริงไหม โรงพยาบาลปฏิเสธได้หรือไม่

เมื่อผู้ป่วยมีอาการเจ็บหน้าอกรุนแรง หายใจไม่ออก หมดสติ แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน หรือมีอาการคุกคามต่อชีวิต หลายคนเข้าใจว่า เมื่อเป็นเหตุฉุกเฉินแล้วจะสามารถเข้ารักษาที่โรงพยาบาลใดก็ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 72 ชั่วโมง

ในทางกฎหมาย ต้องแยกอย่างน้อย 3 ประเด็น คือ

  1. สถานพยาบาลมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินหรือไม่
  2. ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตตามสิทธิ UCEP หรือไม่
  3. เมื่อพ้นภาวะวิกฤตหรือพ้นช่วงคุ้มครองแล้ว ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ดังนั้น คำว่า “ฉุกเฉินรักษาฟรี” จึงไม่สามารถใช้เหมารวมได้ทุกกรณี เพราะหน้าที่ในการช่วยชีวิตผู้ป่วยกับสิทธิในการชำระค่ารักษาพยาบาลเป็นคนละเรื่องกัน

โรงพยาบาลมีหน้าที่ช่วยผู้ป่วยฉุกเฉินหรือไม่?

พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 36 กำหนดให้ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องควบคุมดูแลให้มีการช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยซึ่งอยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉิน เพื่อให้พ้นจากอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพและตามประเภทของสถานพยาบาล

หากผู้ป่วยอยู่ในภาวะอันตราย สถานพยาบาลจึงไม่ควรนำปัญหาเรื่องสิทธิการรักษาหรือคำถามว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย มาเป็นเหตุให้การช่วยเหลือที่จำเป็นต้องล่าช้า

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11332/2555 เป็นตัวอย่างสำคัญเกี่ยวกับกรณีผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุและมีอาการรุนแรง แต่สถานพยาบาลตรวจสอบสิทธิและผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายก่อนรับรักษา ศาลได้พิจารณาถึงหน้าที่ของสถานพยาบาลตามมาตรา 36 ประกอบความรับผิดจากการปฏิเสธให้การรักษา

หากโรงพยาบาลไม่มีเครื่องมือหรือศักยภาพเพียงพอ ต้องทำอย่างไร?

หน้าที่ของสถานพยาบาลต้องพิจารณาร่วมกับประเภทและศักยภาพของโรงพยาบาลด้วย

หากไม่มีแพทย์เฉพาะทาง เครื่องมือ เตียง หรือศักยภาพเพียงพอ ไม่ได้หมายความว่าสถานพยาบาลต้องทำการรักษาที่เกินความสามารถ แต่ต้องประเมินอาการ ให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ทำให้ผู้ป่วยอยู่ในสภาพปลอดภัยเท่าที่สามารถทำได้ และดำเนินการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสม

จึงต้องแยกให้ชัดระหว่าง “ส่งต่อเพราะเกินศักยภาพในการรักษา” กับ “ปฏิเสธผู้ป่วยเพราะไม่ทราบว่าใครจะเป็นผู้จ่ายค่ารักษา”

UCEP คืออะไร?

UCEP หรือ Universal Coverage for Emergency Patients เป็นระบบคุ้มครองผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลใกล้ที่สุด โดยเฉพาะกรณีเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนนอกคู่สัญญาของสิทธิการรักษาเดิม

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจะต้องผ่านการประเมินและคัดแยกตามหลักเกณฑ์ทางการแพทย์ว่าเข้าเกณฑ์ “ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต”

จึงไม่สามารถตัดสินจากชื่อโรคหรือความกังวลของผู้ป่วยและญาติเพียงอย่างเดียว

UCEP รักษาฟรี 72 ชั่วโมงจริงหรือไม่?

คำว่า “รักษาฟรี 72 ชั่วโมง” ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง

โดยหลัก ผู้ป่วยที่ผ่านเกณฑ์เป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต จะได้รับความคุ้มครองในช่วงที่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต จนสามารถเคลื่อนย้ายหรือส่งต่อได้อย่างปลอดภัย แต่ไม่เกินระยะเวลาที่หลักเกณฑ์กำหนด

ดังนั้น ไม่ได้หมายความว่า ผู้ป่วยทุกคนที่เข้าโรงพยาบาลฉุกเฉินจะมีสิทธิอยู่รักษาที่โรงพยาบาลเดิมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายครบ 72 ชั่วโมงโดยอัตโนมัติ

หากแพทย์ประเมินว่าผู้ป่วยพ้นจากภาวะวิกฤตและสามารถเคลื่อนย้ายได้แล้ว ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการส่งต่อหรือกลับไปใช้สิทธิรักษาพยาบาลตามปกติ

ในทางกลับกัน หากยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย หรือยังไม่มีสถานพยาบาลรับส่งต่อ ต้องตรวจสอบเหตุจำเป็นและหลักเกณฑ์ของกองทุนที่เกี่ยวข้องก่อนจะสรุปว่าผู้ป่วยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด

อาการแบบใดอาจเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤต?

ตัวอย่างอาการที่ควรรีบขอความช่วยเหลือ ได้แก่

  • หมดสติหรือไม่รู้สึกตัว
  • ไม่หายใจ หรือหายใจลำบากอย่างรุนแรง
  • เจ็บหน้าอกรุนแรงเฉียบพลัน
  • แขนขาอ่อนแรง หน้าเบี้ยว หรือพูดไม่ชัดอย่างเฉียบพลัน
  • มีเลือดออกมากและหยุดไม่ได้
  • มีอาการรุนแรงที่กระทบต่อระบบหายใจ การไหลเวียนโลหิต หรือสมอง

อย่างไรก็ตาม การรับรองสิทธิ UCEP ต้องอาศัยข้อมูลทางการแพทย์จริง เช่น สัญญาณชีพ ระดับความรู้สึกตัว ผลตรวจ และความเห็นของแพทย์

ดังนั้น การไม่ผ่านเกณฑ์ UCEP ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยไม่ได้เจ็บป่วย และไม่ได้หมายความว่าสถานพยาบาลสามารถปฏิเสธการช่วยเหลือผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะอันตรายได้เสมอไป

ผู้ป่วยหมดสติ ต้องรอลายเซ็นญาติก่อนรักษาหรือไม่?

โดยหลัก การรักษาพยาบาลควรมีการให้ข้อมูลและได้รับความยินยอมจากผู้ป่วย

แต่หากผู้ป่วยหมดสติ ไม่สามารถตัดสินใจได้ และการรอความยินยอมอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิต การรักษาหรือการช่วยชีวิตที่จำเป็นและเร่งด่วนไม่ควรถูกชะลอเพียงเพราะยังไม่มีลายเซ็นของผู้ป่วยหรือญาติ

เมื่อพ้นภาวะเร่งด่วนแล้ว การรักษาในขั้นต่อไปจึงกลับเข้าสู่กระบวนการให้ข้อมูลและขอความยินยอมตามปกติ

หากรักษาล่าช้าหรือผู้ป่วยเสียชีวิต ถือว่าแพทย์ประมาททันทีหรือไม่?

ไม่ใช่ทุกกรณีที่ผลการรักษาไม่ดีหรือผู้ป่วยเสียชีวิตแล้วจะถือว่าแพทย์หรือโรงพยาบาลประมาททันที

การพิจารณาความรับผิดต้องตรวจสอบอย่างน้อยว่า

  1. แพทย์หรือสถานพยาบาลมีหน้าที่อย่างไร
  2. มีการกระทำหรืองดเว้นต่ำกว่ามาตรฐานวิชาชีพหรือไม่
  3. การกระทำหรืองดเว้นนั้นสัมพันธ์กับความเสียหายหรือไม่
  4. ผู้ป่วยได้รับความเสียหายอย่างไร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6092/2552 เป็นแนวประกอบเกี่ยวกับมาตรฐานการรักษาและความประมาทของผู้ประกอบวิชาชีพ โดยศาลพิจารณาจากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตรวจ การวินิจฉัย การสั่งการรักษา และความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13826/2555 และ 13922/2558 เกี่ยวข้องกับการพิจารณาภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินและสิทธิค่ารักษาพยาบาลตามระบบประกันสังคมในช่วงเวลานั้น จึงสามารถใช้เป็นแนวประกอบได้ แต่ไม่ควรอ้างว่าเป็นคำพิพากษาที่ตีความระบบ UCEP ปัจจุบันโดยตรง

หากเกิดข้อพิพาทกับโรงพยาบาล ต้องเก็บหลักฐานอะไร?

คดีเกี่ยวกับการรักษาฉุกเฉินมักต้องพิจารณาจาก “ทามไลน์” ของเหตุการณ์ควบคู่กับเวชระเบียน

หลักฐานสำคัญ ได้แก่

  • เวลาเริ่มมีอาการ
  • บันทึกการแจ้ง 1669
  • เวลาเดินทางและเวลาถึงโรงพยาบาล
  • สัญญาณชีพเมื่อแรกรับ
  • เวชระเบียนห้องฉุกเฉิน
  • ผลการคัดแยกผู้ป่วย
  • ผลประเมิน UCEP
  • ผลตรวจทางการแพทย์
  • คำสั่งและความเห็นของแพทย์
  • เวลาให้ยา ทำหัตถการ หรือผ่าตัด
  • แผนและเหตุผลในการส่งต่อ
  • รายชื่อสถานพยาบาลที่ติดต่อรับส่งต่อ
  • แบบความยินยอม
  • ใบแจ้งและรายละเอียดค่าใช้จ่าย

หากเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับ UCEP ควรขอผลการประเมินสิทธิ เหตุผลที่ไม่เข้าเกณฑ์ หรือเวลาที่ถือว่าพ้นภาวะวิกฤต รวมถึงแผนการส่งต่อไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

หากสงสัยว่าโรงพยาบาลเรียกเงินไม่ถูกต้องหรือรักษาล่าช้า ควรทำอย่างไร?

ควรแยกปัญหาออกเป็น 2 ส่วน

กรณีข้อพิพาทเรื่อง UCEP หรือค่าใช้จ่าย
ควรขอผลการประเมิน UCEP รายละเอียดค่าใช้จ่าย และเหตุผลของโรงพยาบาล เพื่อใช้ตรวจสอบกับหน่วยงานที่รับผิดชอบสิทธิของผู้ป่วย

กรณีสงสัยเรื่องมาตรฐานการรักษาหรือความประมาท
ควรขอสำเนาเวชระเบียนทั้งหมด แล้วจัดทำลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มมีอาการ การรับผู้ป่วย การตรวจ การรักษา การเปลี่ยนแปลงของอาการ และการส่งต่อ ก่อนประเมินว่ามีการรักษาต่ำกว่ามาตรฐานและมีความสัมพันธ์กับความเสียหายหรือไม่

บทสรุป: UCEP ไม่ได้หมายความว่า ฉุกเฉินทุกกรณีรักษาฟรี 72 ชั่วโมง

เมื่อผู้ป่วยอยู่ในภาวะอันตราย หน้าที่แรกของสถานพยาบาลคือการประเมินและช่วยเหลือตามมาตรฐานวิชาชีพและศักยภาพของสถานพยาบาล

ส่วนสิทธิ UCEP เป็นเรื่องของการคุ้มครองค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยที่ผ่านเกณฑ์ “ฉุกเฉินวิกฤต” ซึ่งต้องพิจารณาจากอาการและข้อมูลทางการแพทย์ ณ เวลารับผู้ป่วย รวมถึงภาวะวิกฤต การส่งต่อ และช่วงเวลาที่สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย

ดังนั้น หากมีข้อพิพาทว่าโรงพยาบาลปฏิเสธผู้ป่วยฉุกเฉิน รักษาล่าช้า ไม่ให้ใช้สิทธิ UCEP หรือเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลโดยไม่ถูกต้อง จุดสำคัญคือการตรวจสอบเวชระเบียน ผลคัดแยก ผลประเมิน UCEP การส่งต่อ การแจ้งสิทธิ และรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมดประกอบกัน

หากมีปัญหาเกี่ยวกับการรักษาฉุกเฉิน สิทธิ UCEP การส่งต่อผู้ป่วย หรือข้อพิพาทค่ารักษาพยาบาล สามารถนำเวชระเบียน ผลประเมินสิทธิ และเอกสารค่าใช้จ่ายมาปรึกษาสำนักงาน เพื่อประเมินข้อเท็จจริง สิทธิ และแนวทางดำเนินการตามกฎหมายได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า