กฎหมายน่ารู้

แอบบันทึกเสียง ใช้เป็นหลักฐานได้ไหม

ปัญหา: การบันทึก การรับฟัง และการเผยแพร่เป็นคนละชั้น

คนจำนวนมากถามเพียงว่าอัดเสียงได้ไหม แต่ในคดีจริงต้องตอบต่อว่าไฟล์นั้นรับฟังได้หรือไม่ มีน้ำหนักแค่ไหน และนำไปเผยแพร่ต่อได้หรือไม่ การบันทึกเพื่อป้องกันสิทธิอาจมีเหตุผลต่างจากการดักรับการสื่อสารของคนอื่น หรือการนำคลิปตัดต่อไปประจานสาธารณะ

หากผู้บันทึกเป็นคู่สนทนาด้วย ข้อเท็จจริงและความน่าเชื่อถือมักดีกว่าการได้ไฟล์จากบุคคลภายนอก แต่ยังต้องพิสูจน์ว่าเสียงเป็นของใคร สนทนาเมื่อใด บริบทก่อนหลังคืออะไร และไฟล์ไม่ถูกแก้ไข

หลักกฎหมาย: คดีแพ่งกับคดีอาญาใช้กรอบไม่เหมือนกัน

ในคดีแพ่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไม่มีบทห้ามรับฟังไฟล์เสียงที่คู่สนทนาแอบบันทึกไว้โดยเด็ดขาด ศาลอาจรับฟังประกอบพยานอื่นได้ แต่คู่ความต้องนำสืบที่มา ความเกี่ยวข้อง และความแท้จริง

ในคดีอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 และ 226/1 ให้ศาลพิจารณาทั้งวิธีได้มาของพยานหลักฐาน ประโยชน์ต่อความยุติธรรม และผลกระทบต่อมาตรฐานกระบวนการยุติธรรม พยานที่ได้มาโดยมิชอบจึงไม่ได้ถูกตัดทิ้งโดยทันทีทุกกรณี และก็ไม่ได้รับฟังได้ทุกกรณีเช่นกัน

การมีไฟล์ไว้ใช้คดีไม่เท่ากับมีสิทธิเผยแพร่ การโพสต์เสียงพร้อมข้อความกล่าวหาอาจกระทบสิทธิส่วนบุคคล ชื่อเสียง ความลับ หรือข้อมูลส่วนบุคคล และสร้างคดีใหม่แยกจากข้อพิพาทเดิมได้

แนวฎีกาและจุดชี้ขาด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5259-5260/2561 วางแนวว่าในคดีแพ่งไม่มีบทบัญญัติห้ามรับฟังแผ่นบันทึกเสียงที่คู่สนทนาแอบบันทึก ผู้บันทึกมาเบิกความยืนยันการสนทนาเอง ศาลจึงรับฟังประกอบพยานอื่นได้ แนวนี้ไม่ได้แปลว่าไฟล์ทุกไฟล์จริงหรือมีน้ำหนักเท่ากัน

จุดชี้ขาดคือความต่อเนื่องของบทสนทนา ตัวตนผู้พูด ความสอดคล้องกับเหตุการณ์อื่น และการอธิบายกระบวนการเก็บไฟล์ หากมีเฉพาะช่วงที่เป็นประโยชน์ ตัดต้นตัดท้าย หรือไม่มีเครื่องต้นทาง น้ำหนักย่อมลดลง

หลักฐาน: เก็บต้นฉบับและเส้นทางของไฟล์

เก็บโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ต้นทาง อย่าแก้ชื่อ ตัดต่อ แปลงไฟล์ หรือส่งต่อหลายทอดก่อนทำสำเนาหลักฐาน

สำรองไฟล์แบบอ่านอย่างเดียว บันทึกวันเวลา อุปกรณ์ แอป และผู้ที่เข้าถึงไฟล์ หากทำได้ให้คำนวณค่าแฮชหรือให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ metadata

ถอดคำสนทนาโดยใส่เวลาในไฟล์ ระบุผู้พูด และทำเครื่องหมายช่วงฟังไม่ชัด แต่ต้องเก็บไฟล์เต็มไว้เสมอ พร้อมพยานหรือเอกสารอื่นที่ยืนยันเหตุการณ์เดียวกัน

ทางเลือกก่อนใช้ไฟล์

ใช้ไฟล์เพื่อปรึกษาทนาย แจ้งความ ยื่นคำร้อง หรือเสนอเป็นพยานตามขั้นตอน แทนการโพสต์สาธารณะ หากเนื้อหามีบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ข้อมูลสุขภาพ หรือความลับ ควรจำกัดการเปิดเผยเท่าที่จำเป็น

หากสงสัยว่าไฟล์ถูกตัดต่อ ควรโต้แย้งทั้งแหล่งที่มา ความครบถ้วน และบริบท ไม่ใช่ปฏิเสธเพียงว่าไม่ยินยอมให้บันทึก เพราะประเด็นการรับฟังกับน้ำหนักเป็นคนละเรื่อง

สรุป

แอบบันทึกเสียงอาจใช้เป็นพยานได้ โดยเฉพาะเมื่อผู้บันทึกเป็นคู่สนทนาและนำสืบที่มาได้ แต่ผลคดีขึ้นกับความแท้จริงหรือความครบถ้วน และพยานประกอบ ส่วนการเผยแพร่เป็นอีกความเสี่ยงหนึ่ง จึงควรเก็บไฟล์เพื่อใช้ตามกระบวนการมากกว่านำไปตัดสินคดีบนสื่อสังคม

หากไฟล์เสียงเป็นหลักฐานสำคัญ ควรให้ทนายประเมินก่อนถอดความ ส่งต่อ หรือเผยแพร่ เพื่อวางวิธีพิสูจน์ความแท้จริงและลดความเสี่ยงจากการใช้หลักฐานเกินความจำเป็น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า